เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน คิดดี ทำดี จริงใจต่อทุกคน

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โครงงาน การสำรวจพืชสมุนไพรในโรงเรียน ป. 5

โครงงาน  การสำรวจพืชสมุนไพรในโรงเรียน
สมาชิก 
เด็กหญิงมานิตา      เมฆทัพ
เด็กหญิงมลธิตา      บุญหินกอง
เด็กชายศุภกิจ         มีเนตรขำ
เด็กชายนพรัตน์      ทองเอีย
เด็กชายธนากร       ทองเครือมา
ครูที่ปรึกษา           ครูวาสนา      ธีระเพ็ญแสง
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
จากการได้ศึกษาและเรียนรู้เรื่องพืช ในวิชาวิทยาศาสตร์   เรื่องความหลากหลาย                                                              ของสิ่งมีชีวิต ทำให้ทราบว่าพืชมีหลายชนิด ซึ่งพืชแต่ละชนิดก็มีลักษณะและประโยชน์                                                        ที่ไม่เหมือนกัน ผู้จัดทำโครงงานได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับ   พืชสมุนไพรเป็นพิเศษเพราะ                                                       ผู้จัดทำโครงงานได้สังเกตเห็น ว่า เมื่อสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือแมว ไม่สบาย มันมักจะไป                                                          เล็มหญ้าหรือใบตะไคร้กิน บางทีเวลาถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟลวกมือผู้ใหญ่จะใช้ว่านหางจระเข้                                                มาทาที่แผลโดยบอกว่า  ช่วยให้แผลหายเร็วและจะไม่เป็นแผลเป็นหรือเป็นรอยด่าง และ                                                       ได้สังเกตเห็น โรงเรียนของเรามีพืชสมุนไพรบางอย่างไว้
ดังนั้นผู้จัดทำโครงงานจึงอยากที่จะศึกษาพืชสมุนไพรในโรงเรียนว่ามีพืชสมุนไพรอะไรบ้าง                                     แต่ละชนิดมีลักษณะ สรรพคุณ ประโยชน์และวิธีใช้อย่างไร ขนาดในการใช้เท่าไหร่ จึงจะใช้                                                  ให้ถูกกับโรคที่เกิดขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพื่อเป็นความรู้ให้แก่เพื่อนในโรงเรียน                                                          และคนในชุมชน และคนทั่วไปที่สนใจ และเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์พืชสมุนไพร                                         โดยให้ปลูกและกระจายพันธุ์ให้มาก เพราะนับวันพืชสมุนไพรจะหายากขึ้นทุกที ผู้จัดทำโครงงาน                                     จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้น
จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1. เพื่อสำรวจพืชสมุนไพรที่พบในโรงเรียน
2. เพื่อศึกษา ลักษณะ สรรพคุณ ประโยชน์ วิธีการใช้ และขนาดในการใช้ ของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด
3. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนช่วยอนุรักษ์พืชสมุนไพรในโรงเรียนและในท้องถิ่นของตนเอง
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
สำรวจและศึกษาค้นคว้าพืชสมุนไพรที่พบภายในบริเวณโรงเรียนบ้านป่าสัก(ทศพลอนุสรณ์)
1.jpg นิยามศัพท์เฉพาะ
พืชสมุนไพร หมายถึง พืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ 
สถานที่ทำการศึกษา   โรงเรียนบ้านป่าสัก(ทศพลอนุสรณ์)
ผลการศึกษาค้นคว้า
การจำแนกพืชสมุนไพรสามารถจำแนกได้หลายวิธี ดังนี้
1.              การจำแนกตามลักษณะการใช้ประโยชน์
-                     สมุนไพรที่ใช้เป็นยา
-                     สมุนไพรที่ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่ม
-                     สมุนไพรที่ใช้เป็นเครื่องสำอาง
-                     สมุนไพรที่ใช้ในการเกษตร
2.              การจำแนกตามลักษณะภายนอกพืช
-                    ไม้ยืนต้น (tree)
-                   ไม้พุ่ม(shrub)
-                   ไม้ล้มลุก (herb)
-                   ไม้เลื้อยหรือไม้เถา
     3. การจำแนกตามหลักพฤกษศาสตร์
-                     จำแนกตามลักษณะของโครงสร้างของดอก
สรุปผลการศึกษา
จากการสำรวจพืชสมุนไพรที่พบภายในบริเวณโรงเรียนบ้านป่าสัก(ทศพลอนุสรณ์)                                                     พบพืชสมุนไพร 10   ชนิด โดยจำแนกพืชสมุนไพร ตามลักษณะภายนอกพืชเป็น ไม้ยืนต้น 1 ชนิด                                     ไม้พุ่ม 4 ชนิด ไม้ล้มลุก 3 ชนิดและ ไม้เลื้อยหรือไม้เถา ชนิด
จากการศึกษาพืชสมุนไพรที่พบในโรงเรียน 10   ชนิด
ที่
ชื่อสมุนไพร
ส่วนที่ใช้เป็นยา
วิธีใช้
สรรพคุณ
1
ไม้ยืนต้น
ขี้เหล็ก
ใบ
ใช้ใบต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน
รักษาอาการนอนไม่หลับ
2
ไม้พุ่ม
มะนาว
ผล
ใช้ผลสดคั้นเอาน้ำผสม เกลือเล็กน้อยชงกับน้ำร้อนดื่ม
รักษาอาการไอและขับเสมหะ

กะเพรา
ผล
ใช้ใบและยอดต้มเอาน้ำดื่ม
แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง

มะเขือพวง
ผล
ใช้ผลโขลกให้พอแหลกคั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือเล็กน้อยใช้จิบบ่อยๆ
ระงับอาการไอและขับเสมหะ

ใบเตย
ใบ
ใบคั้นน้ำ
ใบสด
ให้ความหอมทำขนม
ใช้ดับกลิ่นไล่แมลงสาบ
3
ไม้ล้มลุก
ข่า
เหง้า
ใช้เหง้ามาทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม
แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อและ
ปวดท้อง

ตะไคร้
ต้น
สับต้นและรากต้มกับน้ำ3ส่วนใส่เกลือเล็กน้อยจนเหลือ 1 ส่วนเอาน้ำดื่ม
รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อจุกเสียดแน่น

มะละกอ
ผล
ผลสุกรับประทาน
เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก
4
ไม้เลื้อย
ตำลึง
ใบ
ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำทาแก้พิษ
แก้อาการช้ำใน

อัญชัน
ดอก
ใช้ดอกคั้นน้ำปลูกผมดกดำ
แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย




             
         
ที่
ชื่อสมุนไพร
ส่วนที่ใช้เป็นยา
วิธีใช้
สรรพคุณ
1
ไม้ยืนต้น
ขี้เหล็ก
ใบ
ใช้ใบต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน
รักษาอาการนอนไม่หลับ
2
ไม้พุ่ม
มะนาว
ผล
ใช้ผลสดคั้นเอาน้ำผสม เกลือเล็กน้อยชงกับน้ำร้อนดื่ม
รักษาอาการไอและขับเสมหะ

กะเพรา
ผล
ใช้ใบและยอดต้มเอาน้ำดื่ม
แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง

มะเขือพวง
ผล
ใช้ผลโขลกให้พอแหลกคั้นเอาแต่น้ำใส่เกลือเล็กน้อยใช้จิบบ่อยๆ
ระงับอาการไอและขับเสมหะ

ใบเตย
ใบ
ใบคั้นน้ำ
ใบสด
ให้ความหอมทำขนม
ใช้ดับกลิ่นไล่แมลงสาบ
3
ไม้ล้มลุก
ข่า
เหง้า
ใช้เหง้ามาทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม
แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อและ
ปวดท้อง

ตะไคร้
ต้น
สับต้นและรากต้มกับน้ำ3ส่วนใส่เกลือเล็กน้อยจนเหลือ 1 ส่วนเอาน้ำดื่ม
รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อจุกเสียดแน่น

มะละกอ
ผล
ผลสุกรับประทาน
เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก
4
ไม้เลื้อย
ตำลึง
ใบ
ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำทาแก้พิษ
แก้อาการช้ำใน

อัญชัน
ดอก
ใช้ดอกคั้นน้ำปลูกผมดกดำ
แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย


โครงงานการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์พืช ป. 5

ชื่อโครงงาน         การศึกษาการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช
สมาชิก                  เด็กหญิงนิพัตรา                  เวชการ
                                เด็กหญิงศศิประภา              คงภักดี
                                เด็กชายศุภนัฐ                      กล่อมกล่ำนุ่ม
                                เด็กชายปรามี                        มากศรทรง
ครูที่ปรึกษา           ครูประคอง   คันธมาลา
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                จากการศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องการสืบพันธุ์ของพืช ทำให้ กลุ่มของข้าพเจ้า
มีความสนใจที่จะสืบค้นเกี่ยวกับการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช เพื่อให้เราได้เรียนรู้
และเข้าใจเกี่ยวกับการสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ของพืชมากขึ้นและเนื่องจากเราเคยเห็นว่าต้นไ
ม้บางอย่างมีการนำกิ่งมาปลูกก็สามารถขยายพันธุ์ได้  ทำให้เรา อยากทราบว่าพืชมีการสืบพันธุ์
และขยายพันธุ์โดยวิธีการใดบ้างนอกจากนี้การขยายพันธุ์พืชยังมีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์
พันธุ์พืชที่หายากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ และ ได้นำไปปฏิบัติและเผยแพร่แก่ผู้สนใจต่อไป
จุดประสงค์ของโครงงาน
1.                เพื่อศึกษาการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช
2.                เพื่อนำไปนำไปปฏิบัติและเผยแพร่แก่ผู้สนใจ

สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า

1.    พืชมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ

2.    การขยายพันธุ์ของพืชมีหลายวิธี ได้แก่ การปักชำ

        การตอนกิ่ง  การติดตา  การเสียบยอด

ขอบเขตของการทำโครงงาน
                ศึกษาเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
                ปฏิบัติการขยายพันธุ์ของพืชเกี่ยวกับการปักชำ  การตอนกิ่ง
วิธีดำเนินการ
1.             ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 , ห้องสมุด , อินเทอร์เน็ท
2.             ดำเนินการจดบันทึก
3.             ลงมือปฏิบัติในการขยายพันธุ์พืชเกี่ยวกับการปักชำ  การตอนกิ่ง
วัสดุอุปกรณ์
1.             สมุดจดบันทึก
2.             มีด
3.             ถุง
4.             ขุยมะพร้าว
5.             พืช ( ในการปักชำและตอนกิ่ง)
6.             ปอฟาง
7.             น้ำยาเร่งราก
8.             กล้องถ่ายรูป
วิธีการปักชำ
1.             นำต้นพืชได้แก่ กิ่งกะเพรา 
2.             เตรียมดินในการปักชำ  รดน้ำให้ชุ่ม
3.             นำกิ่งกะเพรามาปักชำในดินที่เตรียมไว้
4.             ถ่ายภาพขั้นตอนดำเนินงาน
5.             ติดตามผลการปักชำ โดยการรดน้ำและจดบันทึกการติดรากของพืช
วิธีการตอนกิ่ง
1.             เลือกกิ่งตอนที่เหมาะสม ( ต้นมะนาว )
2.             ใช้มีควั่นกิ่งมะนาวโดยรอบ
3.             ทาน้ำยาเร่งราก
4.             นำขุยมะพร้าวแช่น้ำ คืน แล้วนำมาใส่ถุง และนำมาหุ้มรอบรอยควั่น
5.             มัดด้วยปอฟาง
6.             สังเกตและบันทึกผล ทุกวันจนกว่ารากจะงอก
ผลการศึกษา
                การสืบพันธุ์   คือ การสร้างชีวิตใหม่จากสิ่งมีชีวิตเดิม เพื่อดำรงสืบพันธุ์ไป 
 เป็นกระบวนการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง                  
 การสืบพันธุ์ของพืชโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น2 แบบ คือ
                1. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ(Sexualreproduction) เป็นการสืบพันธุ์ที่ต้องอาศัย
ดอกมีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
              2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยไม่เพศ (Asexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์ที่ไม่ต้องใช้เซลล์
  สืบพันธุ์ แต่ใช่ส่วนอื่นๆขยายพันธุ์แทน เช่น
-การแตกหน่อ (budding) ได้แก่  หน่อกล้วย  ไผ่  กล้วยไม้ เป็นต้น
-การสร้างสปอร์ (sporeformation) ได้แก่  มอส  เฟิร์น เป็นต้น
-การตอนกิ่ง (marcotting) ได้แก่  กุหลาบ  มะม่วง ส้ม  เงาะ  เป็นต้น
-การติดตา (budding) ได้แก่  กุหลาบ  ยางพารา เป็นต้น
-การทาบกิ่ง (grafting) ได้แก่  มะม่วง  ทุเรียน เป็นต้น
-การปักชำ (cutting) ได้แก่  ชบา  เฟื่องฟ้า เป็นต้น
- การแตกต้นใหม่จากส่วนต่างๆของพืช
การขยายพันธุ์พืช หมายถึง วิธีการที่ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณของต้นพืชให้มากขึ้น เพื่อดำรง
สายพันธุ์ พืชชนิดต่าง ๆ ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ ซึ่งวิธีการที่นิยมปฏิบัติโดยทั่วไป ได้แก่   
  • การตอนกิ่ง
  • การทาบกิ่ง
  • การเสียบยอด 
  • การติดตา
  • การปักชำ
               การตอนกิ่ง  คือ การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ 
 ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ
               การทาบกิ่ง   คือ การนำต้นพืช 2 ต้นเป็นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นำมาทาบกิ่ง จะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี
                การเสียบยอด  คือ การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของต้นพืช 2 ต้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเติบโต เป็นต้นเดียวกัน
การติดตา    คือ การเชื่อมประสานส่วนของต้นพืชเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเป็นพืชต้น เดียวกัน โดยการนำแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดบนต้นตอ การติดตาจะมีวิธีการทำ 2 วิธี คือ วิธีการติดตาแบบลอกเนื้อไม้ และแบบไม่ลอกเนื้อไม้ ซึ่งในทีนี้จะแนะนำเฉพาะขั้นตอน การติดตาแบบลอกเนื้อไม้
 การปักชำ    คือ การนำส่วนต่าง ๆ ของพืชพันธุ์ดี เช่น ใบ และ ราก มาตัดและปักชำในวัสดุเพาะชำ เพื่อให้ได้พืชต้นใหม่จากสวนที่นำมาตัดชำ แต่ในที่นี้จะขอแนะนำขั้นตอนการตัดชำกิ่ง

บันทึกผลการปักชำกิ่งกะเพรา

                ผลจากการปักชำกิ่งกะเพรา  กิ่งกะเพราจะมีรากออกมายึดติดกับดินใช้เวลา  7- 10  วัน
บันทึกการตอนกิ่งมะนาว
                ผลการตอนกิ่งมะนาว รากจะเริ่มงอกในสัปดาห์ที่ 3 – 4    และสามารถตัดมาปลูกได้ในสัปดาห์ที่ 8
เพื่อให้รากแข็งแรง
 สรุปผลการศึกษา
                การสืบพันธุ์ของพืชมี  ประเภท  คือการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
การขยายพันธุ์พืช หมายถึง วิธีการที่ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณของต้นพืชให้มากขึ้น เพื่อดำรง
สายพันธุ์ มีหลายวิธีคือ
  •  การตอนกิ่ง
  • การทาบกิ่ง
  • การเสียบยอด 
  • การติดตา
  • การปักชำ
แหล่งอ้างอิง
                หนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5





ผู้ติดตาม