เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน คิดดี ทำดี จริงใจต่อทุกคน

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โครงงานการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์พืช ป. 5

ชื่อโครงงาน         การศึกษาการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช
สมาชิก                  เด็กหญิงนิพัตรา                  เวชการ
                                เด็กหญิงศศิประภา              คงภักดี
                                เด็กชายศุภนัฐ                      กล่อมกล่ำนุ่ม
                                เด็กชายปรามี                        มากศรทรง
ครูที่ปรึกษา           ครูประคอง   คันธมาลา
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                จากการศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องการสืบพันธุ์ของพืช ทำให้ กลุ่มของข้าพเจ้า
มีความสนใจที่จะสืบค้นเกี่ยวกับการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช เพื่อให้เราได้เรียนรู้
และเข้าใจเกี่ยวกับการสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ของพืชมากขึ้นและเนื่องจากเราเคยเห็นว่าต้นไ
ม้บางอย่างมีการนำกิ่งมาปลูกก็สามารถขยายพันธุ์ได้  ทำให้เรา อยากทราบว่าพืชมีการสืบพันธุ์
และขยายพันธุ์โดยวิธีการใดบ้างนอกจากนี้การขยายพันธุ์พืชยังมีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์
พันธุ์พืชที่หายากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ และ ได้นำไปปฏิบัติและเผยแพร่แก่ผู้สนใจต่อไป
จุดประสงค์ของโครงงาน
1.                เพื่อศึกษาการสืบพันธุ์และการขยายพันธุ์ของพืช
2.                เพื่อนำไปนำไปปฏิบัติและเผยแพร่แก่ผู้สนใจ

สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า

1.    พืชมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ

2.    การขยายพันธุ์ของพืชมีหลายวิธี ได้แก่ การปักชำ

        การตอนกิ่ง  การติดตา  การเสียบยอด

ขอบเขตของการทำโครงงาน
                ศึกษาเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
                ปฏิบัติการขยายพันธุ์ของพืชเกี่ยวกับการปักชำ  การตอนกิ่ง
วิธีดำเนินการ
1.             ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 , ห้องสมุด , อินเทอร์เน็ท
2.             ดำเนินการจดบันทึก
3.             ลงมือปฏิบัติในการขยายพันธุ์พืชเกี่ยวกับการปักชำ  การตอนกิ่ง
วัสดุอุปกรณ์
1.             สมุดจดบันทึก
2.             มีด
3.             ถุง
4.             ขุยมะพร้าว
5.             พืช ( ในการปักชำและตอนกิ่ง)
6.             ปอฟาง
7.             น้ำยาเร่งราก
8.             กล้องถ่ายรูป
วิธีการปักชำ
1.             นำต้นพืชได้แก่ กิ่งกะเพรา 
2.             เตรียมดินในการปักชำ  รดน้ำให้ชุ่ม
3.             นำกิ่งกะเพรามาปักชำในดินที่เตรียมไว้
4.             ถ่ายภาพขั้นตอนดำเนินงาน
5.             ติดตามผลการปักชำ โดยการรดน้ำและจดบันทึกการติดรากของพืช
วิธีการตอนกิ่ง
1.             เลือกกิ่งตอนที่เหมาะสม ( ต้นมะนาว )
2.             ใช้มีควั่นกิ่งมะนาวโดยรอบ
3.             ทาน้ำยาเร่งราก
4.             นำขุยมะพร้าวแช่น้ำ คืน แล้วนำมาใส่ถุง และนำมาหุ้มรอบรอยควั่น
5.             มัดด้วยปอฟาง
6.             สังเกตและบันทึกผล ทุกวันจนกว่ารากจะงอก
ผลการศึกษา
                การสืบพันธุ์   คือ การสร้างชีวิตใหม่จากสิ่งมีชีวิตเดิม เพื่อดำรงสืบพันธุ์ไป 
 เป็นกระบวนการที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง                  
 การสืบพันธุ์ของพืชโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น2 แบบ คือ
                1. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ(Sexualreproduction) เป็นการสืบพันธุ์ที่ต้องอาศัย
ดอกมีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย
              2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยไม่เพศ (Asexual reproduction) เป็นการสืบพันธุ์ที่ไม่ต้องใช้เซลล์
  สืบพันธุ์ แต่ใช่ส่วนอื่นๆขยายพันธุ์แทน เช่น
-การแตกหน่อ (budding) ได้แก่  หน่อกล้วย  ไผ่  กล้วยไม้ เป็นต้น
-การสร้างสปอร์ (sporeformation) ได้แก่  มอส  เฟิร์น เป็นต้น
-การตอนกิ่ง (marcotting) ได้แก่  กุหลาบ  มะม่วง ส้ม  เงาะ  เป็นต้น
-การติดตา (budding) ได้แก่  กุหลาบ  ยางพารา เป็นต้น
-การทาบกิ่ง (grafting) ได้แก่  มะม่วง  ทุเรียน เป็นต้น
-การปักชำ (cutting) ได้แก่  ชบา  เฟื่องฟ้า เป็นต้น
- การแตกต้นใหม่จากส่วนต่างๆของพืช
การขยายพันธุ์พืช หมายถึง วิธีการที่ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณของต้นพืชให้มากขึ้น เพื่อดำรง
สายพันธุ์ พืชชนิดต่าง ๆ ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ ซึ่งวิธีการที่นิยมปฏิบัติโดยทั่วไป ได้แก่   
  • การตอนกิ่ง
  • การทาบกิ่ง
  • การเสียบยอด 
  • การติดตา
  • การปักชำ
               การตอนกิ่ง  คือ การทำให้กิ่งหรือต้นพืชเกิดรากขณะติดอยู่กับต้นแม่ จะทำให้ได้ต้นพืชใหม่ 
 ที่มีลักษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ
               การทาบกิ่ง   คือ การนำต้นพืช 2 ต้นเป็นต้นเดียวกัน โดยส่วนของต้นตอที่นำมาทาบกิ่ง จะทำหน้าที่เป็นระบบรากอาหารให้กับต้นพันธุ์ดี
                การเสียบยอด  คือ การเชื่อมประสานเนื้อเยื่อของต้นพืช 2 ต้นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเติบโต เป็นต้นเดียวกัน
การติดตา    คือ การเชื่อมประสานส่วนของต้นพืชเข้าด้วยกัน เพื่อให้เจริญเป็นพืชต้น เดียวกัน โดยการนำแผ่นตาจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดบนต้นตอ การติดตาจะมีวิธีการทำ 2 วิธี คือ วิธีการติดตาแบบลอกเนื้อไม้ และแบบไม่ลอกเนื้อไม้ ซึ่งในทีนี้จะแนะนำเฉพาะขั้นตอน การติดตาแบบลอกเนื้อไม้
 การปักชำ    คือ การนำส่วนต่าง ๆ ของพืชพันธุ์ดี เช่น ใบ และ ราก มาตัดและปักชำในวัสดุเพาะชำ เพื่อให้ได้พืชต้นใหม่จากสวนที่นำมาตัดชำ แต่ในที่นี้จะขอแนะนำขั้นตอนการตัดชำกิ่ง

บันทึกผลการปักชำกิ่งกะเพรา

                ผลจากการปักชำกิ่งกะเพรา  กิ่งกะเพราจะมีรากออกมายึดติดกับดินใช้เวลา  7- 10  วัน
บันทึกการตอนกิ่งมะนาว
                ผลการตอนกิ่งมะนาว รากจะเริ่มงอกในสัปดาห์ที่ 3 – 4    และสามารถตัดมาปลูกได้ในสัปดาห์ที่ 8
เพื่อให้รากแข็งแรง
 สรุปผลการศึกษา
                การสืบพันธุ์ของพืชมี  ประเภท  คือการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
การขยายพันธุ์พืช หมายถึง วิธีการที่ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณของต้นพืชให้มากขึ้น เพื่อดำรง
สายพันธุ์ มีหลายวิธีคือ
  •  การตอนกิ่ง
  • การทาบกิ่ง
  • การเสียบยอด 
  • การติดตา
  • การปักชำ
แหล่งอ้างอิง
                หนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5





วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ดอกครบส่วน/ดอกไม่ครบส่วน

ดอกครบส่วน/ดอกไม่ครบส่วน/
ถ้าพิจารณาส่วนประกอบของดอกไม้เป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ชนิดคือ
1. ดอกครบส่วน คือดอกไม้ที่มีองค์ประกอบครบทั้ง 4 ส่วน คือกลีบเลี้ยง
 กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย อยู่ภายในดอกเดียวกันเช่น ดอกบานบุรี 
ชบา กุหลาบ ต้อยติ่ง ดอกบัวหลวง อัญชัญ ผักบุ้ง พริก  มะเขือ 

 

 ที่มาของภาพนี้ http://www.arowanacafe.com/webboard/pictures/1127650784.jpg


2. ดอกไม่ครบส่วน คือดอกไม้ที่ส่วนประกอบของดอกไม่ครบทั้ง 4 ส่วน ในดอกเดียวกัน เช่น ดอกมะละกอ ดอกตำลึง ฟักทอง แตงกวา บวบ เฟื่องฟ้า กล้วยไม้ บานเย็น หน้าวัว



ดอกสมบูรณ์เพศ/ดอกไม่สมบูรณ์เพศ
ถ้าพิจารณาโดยใช้เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเป็นเกณฑ์ในการแบ่งดอกไม้ ได้ 2 ประเภท
1.    ดอกสมบูรณ์เพศ คือดอกไม้ที่มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ภายในดอกเดียวกัน เช่น
 ดอกชบา มะม่วง กุหลาบ ดอกบัว ต้อยติ่ง  ผักบุ้ง ถั่ว ดอกมะเขือ

 
2.   ดอกไม่สมบูรณ์เพศ คือดอกไม้ที่เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่คนละดอก เช่น ดอกตำลึง ฟักทอง มะละกอ ข้าวโพด มะยม

 





  ที่มาของภาพนี้  http://www.bloggang.com/data/fantail/picture/1150900577.jpg



วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การแพร่และการออสโมซีส

การแพร่ หมายถึง การเคลื่อนที่ของโมเลกุลหรืออิออน(ไอออน) ซึ่งจะเคลื่อนที่
จากบริเวณที่มีความหนาแน่นของโมเลกุลที่มากกว่า ไปยังบริเวณที่มีความหนาแน่
นของโมเลกุลที่น้อยกว่า จนกระทั่งความหนาแน่นของโมเลกุลของสารเกิดความสมดุ
คือความหนาแน่นของโมเลกุลเท่ากันจึงหยุดแพร่








การออสโมซิส (อังกฤษ: Osmosis) เป็นกระบวนการแพร่โมเลกุลของน้ำผ่านเยื่อเลือกผ่าน. จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของน้ำมาก (สารละลายความเข้มข้นต่ำ) ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของน้ำน้อย (สารละลายความเข้มข้นสูง) กระจายจนกว่าโมเลกุลของน้ำจะเท่ากัน เป็นกระบวนการทางกายภาพที่ตัวทำละลายจะเคลื่อนที่โดยไม่อาศัยพลังงาน ผ่านเยื่อเลือกผ่าน ( ซึ่งตัวทำละลายจะผ่านเยื่อเลือกผ่านได้ แต่สารละลายจะไม่สามารถผ่านเยื่อเลือกผ่านได้) การออสโมซิสก่อให้เกิดพลังงาน และสามารถสร้างแรงได้

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

แบบทดสอบเรื่องลักษณะทางพันธุกรรม ม. 3

1. พันธุกรรม(Heredity) หมายถึงข้อใด
      ก.  สิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจากคนที่รู้จัก
      ข. สิ่งที่ได้รับจากการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือจากรุ่นสู่รุ่น
      ค. สิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษเพียงรุ่นเดียว
      ง. ความผิดปกติของร่างกาย
2. ข้อใดไม่เป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม         
      ก. ถนัดมือขวา       
      ข. ลักยิ้ม                                          
      ค. แผลเป็น                 
      ง. ตาสองชั้น
3. ลักษณะในข้อใดเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม   
     ก.  ตี๋ใหญ่เป็นโจรเหมือนพ่อ                
     ข.  สมใจมีลักยิ้มเหมือนแม่                                 
      ค.  แดงชอบทานไก่ทอดเหมือนพ่อ        
      ง.  สมศรีและแม่ป่วยเป็นโรคกระเพาะ
4. ลักษณะใดเป็นความแปรผันแบบต่อเนื่อง
      ก. มีติ่งหู                 ข. ห่อลิ้นได้                         
     ค. คิ้วห่าง                ง. ความสูง
5. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโครโมโซม
      ก.  ออโทโซมทุกคู่จะมีขนาดเท่ากัน              
      ข. ในเซลล์ร่างกายจะมีโครโมโซม 46 แท่ง
      ค.  โครโมโซมแต่ละคู่จะมีจำนวนยีนต่างกัน        
      ง. เซลล์ไข่หรืออสุจิจะมีโครโมโซม 23 แท่ง
 6. ในเซลล์ของคน ออโตโซมหมายถึงโครโมโซมคู่ที่เท่าใด
      ก. 1                     ข. 23                                        
      ค. 1-22                 ง. 1-23
7. โครโมโซมมีองค์ประกอบเป็นสารประเภทใด
      ก.  ไขมันและโปรตีน                                                
      ข. กรดนิวคลีอิกและไขมัน
      ค.  กรดนิวคลีอิกและโปรตีน                                    
      ง. กรดนิวคลีอิก ไขมัน และโปรตีน
8. โอกาสที่จะได้ลูกสาวมีค่าเท่ากับเท่าใด
      ก. 25%             ข. 50%                                  
       ค. 75 %            ง. 100%

 9. เมนเดลได้ศึกษาเรื่องราวของพันธุกรรม                                                      โดยค้นพบหลักเกณฑ์ในข้อใด
      ก. สิ่งมีชีวิตถ่ายทอดลักษณะต่างๆ ไปสู่รุ่นหนึ่ง
      ข. เมื่อมีการปฏิสนธิ ทั้งยีนและโครโมโซม                                                        จะถูกถ่ายทอดไปสู่ลูกพร้อมๆ กัน
      ค. โครโมโซมจะแยกกันอยู่อย่างอิสระ                                                         เมื่อมีการปฏิสนธิจะมีการรวมกันของโครโมโซมอีกครั้งหนึ่ง
      ง. ยีนที่อยู่เป็นคู่ๆ ในสิ่งมีชีวิตจะแยกออกจากกัน                                     อย่างอิสระเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ และจะกลับมา                                    รวมกันอีกครั้งเมื่อมีการปฏิสนธิ
 10. ลักษณะในข้อใดน่าจะนำโดยยีนด้อย
      ก.  พบลักษณะนั้นๆ ในทุกรุ่น                                  
      ข. พบลักษณะนั้นๆ บางชั่วรุ่น
      ค.  คนส่วนมากมีลักษณะนั้นๆ อยู่แล้ว        
      ง. ไม่มีลักษณะใดๆ ที่นำโดยยีนด้อย
11. โรคกลุ่มใดเกิดจากความผิดปกติของออโทโซม
      ก.  ตาบอดสี                
      ข.  ดาวน์ซินโดรม                                    
      ค.  ไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม          
     ง.  เทอร์เนอร์ซินโดรม
12. ข้อใด ไม่ ตรงกับข้อเท็จจริง
      ก. โรคทางพันธุกรรมในมนุษย์ส่วนใหญ่รักษาได้
      ข. ปัจจุบันมนุษย์สามารถตัดต่อยีน
เพื่อผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้
      ค. โรคทางพันธุกรรมในมนุษย์บางครั้ง
พบว่าไม่แสดงอาการให้เห็น
      ง. ลักษณะที่คนส่วนใหญ่มีหรือแสดงออก
คือลักษณะที่ถูกควบคุมโดยยีนเด่น
13.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคพันธุวิศวกรรม
      ก. เป็นการนำยีนของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมาต่อกัน 
        ข. เป็นการนำยีนของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดมาต่อกัน
      ค. เป็นการตัดยีนที่ไม่ดีทิ้งไป
      ง. เป็นการเพิ่มจำนวนยีนให้มีมากขึ้นตามที่ต้องการ
14. ข้อใดประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ
      ก. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช              
      ข. การโคลนนิ่ง
      ค. พืช GMOs                              
      ง. ถูกทุกข้อ
15. ทำไมจึงต้องมีการคัดเลือกพันธุ์
      ก.  เพื่อปรับปรุงพันธ์พืชและสัตว์          
      ข. เพื่อปรับปรุงให้ได้สายพันธุ์ใหม่
      ง. ถูกทั้ง ก และ ข                                                     
      ง. ไมมีข้อถูก
เฉลย
 1.            2.      3.         4.          5.         6.      
   7.         8.         9.          10.       11.       12. ก    
 13.          14.    15.

ผู้ติดตาม